เมื่อ : 30 พ.ย. 2568

ชุมชนตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ ทั้งสวนมะพร้าว นาข้าว และแหล่งน้ำจืด–น้ำเค็ม–น้ำกร่อย อันเป็นที่มาของชื่อ “เมืองสามน้ำ” พร้อมด้วยอาชีพเกษตรและประมง รวมถึงศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมายาวนาน ซึ่งล้วนเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพในการต่อยอดสร้างรายได้และเสริมเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้คนพิการสามารถนำทรัพยากรในพื้นที่มาต่อยอดสร้างอาชีพเลี้ยงตนเองได้อย่างเท่าเทียม จึงเกิด “หลักสูตรการพัฒนาผู้ประกอบการคนพิการชุมชนจากทรัพยากรในท้องถิ่นเมืองสามน้ำ” ภายใต้โครงการฝึกอบรม–ฝึกงานคนพิการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าทำงานในสถานประกอบการและการประกอบอาชีพ รุ่นที่ 12 โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

ผศ. ดร.บุษเกตน์ อินทรปาสาน ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์ของนักศึกษาและผู้เรียนรู้ มจธ. ในฐานะหัวหน้าหลักสูตรฯ กล่าวว่า ตามที่ มจธ. ได้ดำเนินโครงการฝึกอบรม–ฝึกงานคนพิการฯ ตั้งแต่ปี 2557 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 12 มีคนพิการที่ได้รับการจ้างงานมากกว่าร้อยละ 50 ของคนพิการที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยเน้นให้คนพิการมีทักษะความรู้เพียงพอต่อการทำงาน และการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการทำงานและการอยู่ร่วมกันในสังคม แต่จากการศึกษาพบว่า คนพิการส่วนหนึ่งมีความต้องการประกอบอาชีพอิสระ และมีอุปสรรคต่อการเดินทางไปทำงาน รวมทั้งสถานประกอบการจำนวนมากมักจะอยู่ในบริบทเมือง ที่ผู้พิการที่อาศัยอยู่นอกเขตเมืองไม่สามารถเดินทางหรือลงทุนย้ายถิ่นพำนักไปทำงานได้ จึงได้จัดหลักสูตรดังกล่าวขึ้น เพื่อให้คนพิการที่ช่วยเหลือตัวเองได้และมีอาชีพผ่านการฝึกทักษะการเป็นผู้ประกอบการ โดยหยิบใช้ทรัพยากรในพื้นที่มาพัฒนาต่อยอด รวมทั้งกลุ่มผู้พิการที่ต้องการพัฒนาทักษะเพิ่มเติม ได้รวมกลุ่มกันฝึกฝนและทำงานที่บ้าน สามารถสร้างคุณค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สร้างรายได้ สร้างคุณค่าทางจิตใจ และเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองและสามารถพึ่งตนเองได้ โดยเริ่มดำเนินงานอบรมมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม 2568 รวมระยะเวลา 6 เดือน มีคนพิการที่เข้าร่วมอบรมในหลักสูตรนี้ด้วยกัน 10 คน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเครือข่ายพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนด้านวิชาการ และศูนย์การเรียนรู้ร้านข้าวใหม่ปลามัน อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ให้การสนับสนุนด้านสถานที่ในการฝึกอบรม

นายสุทธิลักษณ์ โตกทอง เล่าให้ฟังว่า ตนเอง แม่และน้องสาว มีภาวะพิการทางสายตา ที่เรียกว่าประสาทตาฝ่อ (ส่งผลให้ดวงตาฝ่อลง หรือเสื่อมลงไปเรื่อย ๆ จนตาบอด) ซึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์ ต้องคอยกินยาบำรุงประสาทตาอย่างต่อเนื่อง ส่วนสาเหตุที่ได้มาเข้าร่วมโครงการฯ เนื่องจากตนเป็นหนึ่งในกรรมการกองทุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดสมุทรสงคราม ทำให้ได้รู้จักหลาย ๆ โครงการ ประกอบกับแพรกหนามแดงเป็นตำบลหนึ่งของอำเภออัมพวาที่มีคนพิการค่อนข้างมากซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน เมื่อพิการแล้วมีความรู้สึกว่า ”ทำอะไรไม่ได้” และกลายเป็น ”ภาระ” ตนเองจึงมีแนวคิดว่าจะทำยังไงให้คนพิการในพื้นที่มาเป็นผู้ประกอบการที่สามารถเอาความรู้หลาย ๆ อย่างมาประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ เพราะยุคนี้มีทั้งเรื่องของการทำออนไลน์ เรื่องการผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการทำธุรกิจ แต่ปัญหาคือการเข้าถึงข้อมูลและการเรียนรู้ คนพิการไม่ค่อยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโครงการหรือเรื่องราวข้างนอก และยังขาดคนที่จะเอื้ออำนวยให้พวกเขาได้ออกมาเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

“พอทราบว่าจะมีโครงการนี้เข้ามาในพื้นที่ จึงสนใจให้มหาวิทยาลัยและอาจารย์เข้ามาสอน โดยตนได้รวบรวมคนพิการในหมู่บ้านเข้ามาร่วม แม้ในช่วงแรกหลายคนไม่กล้าออกมาจากบ้าน เพราะคนพิการส่วนใหญ่จะแยกตัวออกจากสังคม แม้ในชุมชนเดียวกันบางครั้งก็ไม่เคยเจอกันเลย แต่หลังจากพยายามโน้มน้าวคนพิการให้เปิดใจยอมรับการเรียนรู้ทักษะใหม่ เพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ประกอบการที่สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ สร้างอาชีพที่สามารถทำงานเองในบ้านได้ ซึ่งก็ต้องค่อย ๆ ใช้เวลาปรับทัศนคติในการค้าขาย การตั้งราคา และการสื่อสาร จนสามารถนำมาสู่การรวมกลุ่มคนพิการเมืองสามน้ำและสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองภายใต้ชื่อ “ตามฤดู” ซึ่งมาจากการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจในการสร้างแบรนด์ของทางกลุ่ม”

คำว่า “ตามฤดู” เกิดจากบริบทของชุมชนแพรกหนามแดง จังหวัดสมุทรสงคราม พื้นที่ที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งชะคราม ข้าวสามฤดู สวนมะพร้าว และเกลือสมุทร สะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างผู้คนกับผืนดิน ผืนน้ำ และผืนฟ้า “ตามฤดู” ประกอบด้วย “สามฤดู สามนา สามน้ำ” “สามธรรมชาติ สามอำเภอ สามศาสนา” คืออัตลักษณ์แห่งความหลากหลายที่หลอมรวมความเชื่อ วิถีชีวิตและธรรมชาติให้เป็นหนึ่งเดียวของจังหวัดสมุทรสงคราม

ผศ.วรนุช ชื่นฤดีมล อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ. กล่าวว่า การจัดทำหลักสูตรนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากวัตถุดิบในท้องถิ่นและของเหลือใช้จากในครัว เช่น ข้าว และใบชะคราม และเพื่อสร้างเครือข่ายและเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มคนพิการจากเดิมที่ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม มาฝึกทักษะการเป็นผู้ประกอบการ โดยใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดจากต้นทุนที่มีอยู่ในพื้นที่ ผ่านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วม (Co-Design) ระหว่างคนพิการ ชุมชน เครือข่ายพันธมิตร และ มจธ. อาทิ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากชะคราม แชมพู–สบู่–เกลือสครับ ผงจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ น้ำพริกลำแพน ฯลฯ ซึ่งเป็นการดึงภูมิปัญญาของคนในพื้นที่มาพัฒนาต่อยอด นอกจากนี้คนพิการยังได้เรียนรู้เรื่องของการตลาด การสร้างแบรนด์ การใช้สื่อออนไลน์ และนอกจากได้รับการพัฒนาทักษะวิชาชีพแล้วยังได้เรียนรู้ทักษะในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ซึ่งคนพิการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการฝึกทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่า 600 ชั่วโมง หรือ 6 เดือน

“ผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มคนพิการเมืองสามน้ำจะถูกจำหน่ายภายใต้แบรนด์ ”ตามฤดู” ซึ่งชื่อนี้สื่อถึงวิถีชีวิตของคนตามฤดูกาลและทรัพยากรในพื้นที่ของเมืองสามน้ำ ที่สะท้อนถึงการเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ รวมถึงการเข้าใจจังหวะของธรรมชาติว่าฤดูนี้ควรมีอะไร และจะกินจะใช้แบบไหน นอกจากนี้ยังเชื่อมกับคำว่าสามฤดูที่สื่อถึงการทำนาในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่มีการปลูกข้าวนาปี และนาปรังอีก 2 ครั้ง รวมเป็น 3 ครั้ง และยังเชื่อมโยงกับความหมายของ ”เมืองสามน้ำ” (น้ำทะเล น้ำจืด น้ำกร่อย) รวมถึงผลผลิตสำคัญในพื้นที่ 3 อย่าง (เกลือ ข้าว ปลา) อีกด้วย”

ผลิตภัณฑ์แบรนด์ตามฤดูจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานเทศกาลเฉพาะถิ่น “ข้าวใหม่ปลามัน” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์การเรียนรู้ข้าวใหม่ปลามัน เครือข่ายประชาคมคนรักษ์แม่กลอง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานทรัพยากรและวิถีชุมชนลุ่มน้ำแม่กลอง และสร้างโอกาสทางอาชีพจากการเรียนรู้ร่วมกันของคนในพื้นที่ โดยงานจะจัดขึ้นวันที่ 29–30 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การเรียนรู้ร้านข้าวใหม่ปลามัน ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายชยชัย แสงอินทร์ เป็นประธานพิธีเปิด ภายในงานมีกิจกรรมจำหน่ายสินค้าชุมชน เสวนาด้านการออกแบบและภูมิปัญญา นิทรรศการตลาดสร้างสรรค์ แฟชั่นโชว์ผ้าทอพื้นถิ่น และเวิร์กชอปร่วมกับกลุ่มคนพิการเมืองสามน้ำ