เมื่อ : 4 มี.ค. 2569

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เผยภาพปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง วันมาฆบูชา ดวงจันทร์เต็มดวงปรากฏสีแดงอิฐ บันทึกภาพ ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา ช่วงคราสเต็มดวง เวลาประมาณ 18:56 น. วันที่ 3 มีนาคม 2569

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้ เกิดขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา เวลาประมาณ 15:44 - 21:23 น. (ตามเวลาประเทศไทย ณ กรุงเทพมหานคร) โดยดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกเวลาประมาณ 15:44 น. และเคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก เริ่มเกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 16:50 น. จากนั้นเคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก จนกระทั่งเข้าสู่ช่วง “จันทรุปราคาเต็มดวง” เวลา 18:04 น. ดวงจันทร์เต็มดวงปรากฏเป็นสีแดงอิฐ ในประเทศไทยเริ่มมองเห็นได้ตั้งแต่ดวงจันทร์ขึ้นจากขอบฟ้าเวลา 18:23 - 19:02 น. จากนั้นดวงจันทร์เริ่มออกจากเงามืด เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนอีกครั้งจนถึงเวลา 20:17 น. และพ้นจากเงามัวของโลก สิ้นสุดปรากฏการณ์โดยสมบูรณ์ เวลา 21:23 น. นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังสามารถสังเกตปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงได้จากหลายพื้นที่ทั่วโลก ได้แก่ ตะวันออกของทวีปยุโรป ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย ขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้

แม้หลายพื้นที่จะมีเมฆปกคลุมหนาแน่น และค่าฝุ่นละอองในอากาศค่อนข้างสูงส่งผลให้มองเห็นดวงจันทร์ได้ไม่ชัดเจน และช้ากว่าเวลาที่ประมาณการไว้ แต่ในบางพื้นที่ยังมีช่วงเวลาที่ท้องฟ้าเปิด สามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์ในช่วงที่ปรากฏเป็นสีแดงอิฐแบบเต็มดวง อาทิ จังหวัดขอนแก่น สงขลา ลพบุรี พิษณุโลก สุโขทัย อ่างทอง ชลบุรี เพชรบุรี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครในบางพื้นที่ ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ ส่วนมากสามารถชมได้ในช่วงที่เกิดจันทรุปราคาบางส่วน แต่ก็ยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เฝ้ารอชมปรากฏการณ์ในค่ำคืนดังกล่าวไม่น้อย

ด้านกิจกรรมสังเกตปรากฏการณ์ ณ จุดสังเกตการณ์หลักทั้ง 5 แห่งของ NARIT บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนเดินทางเข้าร่วมชมปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” อย่างเนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเย็น จนกระทั่งสิ้นสุดปรากฏการณ์ในค่ำคืนเดียวกัน นอกจากไฮไลต์สำคัญอย่างดวงจันทร์สีแดงอิฐแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ส่องวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจ อาทิ ดาวพฤหัสบดี และมองเห็นจุดแดงใหญ่ (Great Red Spot บนดาวพฤหัสบดี) ได้อย่างชัดเจน

สำหรับปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ที่สามารถสังเกตเห็นได้ในประเทศไทยในครั้งถัดไป จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า ในช่วงคืนข้ามปีวันที่ 31 ธันวาคม 2571 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2572 ผู้สนใจข้อมูลปรากฏการณ์ดาราศาสตร์เพิ่มเติม ติดตามได้ทางเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ www.facebook.com/NARITpage 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ